หลากหลายเหตุผลที่ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถป้องกัน แชมป์ยูฟ่า เอาไว้ได้

หงส์แดง

เกมเลกสอง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมป์ยูฟ่า เก่า ลิเวอร์พูล พลาดท่าแพ้ให้กับ แอตเลติโก มาดริด 2-3 ในถิ่นตัวเอง ทำให้รวมผลสองนัด กลายเป็น “ตราหมี” ที่เข้ารอบไปด้วยสกอร์รวม 4-2 ขณะที่ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในฐานะแชมป์เก่า ต้องร่วงตกรอบไปอย่างน่าเจ็บใจ

แอตเลติโก้ มาดริด

เกมที่ แอนฟิลด์ เจ้าถิ่นปูพรมบุกใส่ผู้มาเยือนหนักมากนะครับ พยายามเล่นบอลโยนใส่หนักมาก จนสุดท้ายก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรกไม่กี่นาที และเมื่อครึ่งหลัง พวกเขาก็ยังเดินหน้าฆ่ามันอย่างต่อเนื่อง เกือบจะได้ประตูอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็โดน แยน โอบลัค และคานประตูช่วยเอาไว้ สุดท้ายต้องไปตัดสินกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ จะมาบวกประตูให้กับ “หงส์แดง” ได้ในนาทีที่ 94 ทำให้ทีมเยือนต้องทำประตูเพื่อเข้ารอบ และถ้ายิงไม่ได้ก็จะตกรอบ

ความกดดันไปอยู่ที่ลูกทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ แต่ผลปรากฏว่า “ตราหมี” บวกเพิ่ม 3 ประตู เริ่มจากนาทีที่ 97 ก่อนจะยิงได้อีกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก และปิดกล่องในนาทีที่ 120 แชมป์เก่าร่วงตกรอบ ทำให้พวกเขาเหลือลุ้นแชมป์อีกเพียงรายการเดียวในตอนนี้คือ พรีเมียร์ลีก ที่น่าจะได้แชมป์ไปประมาณ 90 เปอร์เซนต์แล้ว เพราะต้องการอีกเพียง 6 คะแนนเท่านั้น แน่นอนว่าแฟนบอล ลิเวอร์พูล ก็จะมีความเห็นกันหลากหลายทรรศนะ ว่าเกมนี้ แพ้เพราะเหตุใดบ้าง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ความผิดพลาดของใคร ก็จะเมนต์กันในโลกโซเชี่ยลกันต่างๆ นาๆ ซึ่งทุกๆ เหตุผลที่ว่ามา เอามาประกอบกันคือความพ่ายแพ้ของทีมในเกมนี้

สิ่งที่ได้เห็นจาก แชมป์ยูฟ่า เก่าตกรอบ ว่ามันมีจุดไหนบ้าง

แชมป์ยูฟ่า

1.ความแตกต่างของผู้รักษาประตู

ขณะที่ แยน โอบลัค นายทวารของ แอตฯ มาดริด นั้นเซฟเป็นพัลวัน แต่กลับกลายเป็นว่า อาเดรียน ผู้รักษาประตูมือสองของเจ้าถิ่น กลับผิดพลาดจนเสียประตูแรก จังหวะนั้นไม่มีข้อแก้ตัวเลยนะครับ สำหรับความผิดพลาด เพราะเป็นจังหวะที่ก็ไม่ได้โดนเร่งอะไร ให้ต้องรีบเปิดบอลจนเสียเองแบบนั้น จะอ้างเหตุผลว่าสนามลื่น บอลลื่นเพราะฝนตก มันก็ฟังไม่ขึ้น เพราะคนอื่นๆ เขาก็เล่นในสภาพอากาศเดียวกัน คุณก็ควรจะต้องระวัง ว่ามันจะต้องมีข้อผิดพลาดแบบนั้นเกิดขึ้นมา

ในส่วนของ โอบลัค เขาไม่มีข้อผิดพลาดเลย 2 ประตูที่เสียก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นอะไรที่ไม่มีทางป้องกันได้จริงๆ ลูกโหม่งของ จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม มันเป็นการโขกเช็ดไปเสาไกล ซึ่งบอลมันก็เสียบเสา คงมีแค่มนุษย์ยางยืดเท่านั้นแหละ ที่จะสามารถยื่นมือไปปัดได้ ขณะที่ลูกซ้ำของ ฟีร์มิโน่ มันก็เป็นการโหม่งมาชนเสา แล้วเข้าทางดาวยิงชาวบราซิเลียน มันก็หมดสิทธิ์ที่เขาจะเซฟได้ แต่ในจังหวะอื่นๆ เจ้าตัวก็ทำได้หมดไม่มีผิดพลาด เรียกได้ว่าเป็นปราการด่านสุดท้ายอย่างแท้จริง เพราะแม้กองหลังจะปล่อยให้เข้ามาแล้ว เขาก็ยังสามารถปัดป้องออกไปได้

นั่นคือความแตกต่างของผู้รักษาประตูในเกมนี้ ขณะที่ทาง ลิเวอร์พูล เองเรื่องผู้รักษาประตู ก็สร้างความแตกต่างเช่นเดียวกันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ลิเวอร์พูล มีผู้รักษาประตูที่ชื่อว่า ลอริส คาริอุส และก็ได้สร้างความผิดพลาดในเกมนัดชิงชนะเลิศรายการนี้ ก่อนจะแพ้ เรอัล มาดริด ไป 1-3 ขณะที่ปีนี้ อาเดรียน ก็มาก่อความผิดพลาดจากจังหวะเกมนี้อีก และยังมีก่อนหน้านั้นอีกราวๆ 3 ครั้ง ล่าสุดคือเกมที่พบกับ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ ส่วนซีซั่นที่ผ่านมา อลิสซง เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง เขาไม่ได้ก่อความผิดพลาดใดๆ จนทำให้ทีมเสียหายหนักเลยแม้แต่ครั้งเดียว

2.ฟอร์มของ มาเน่ และการปิดเกมที่ทำไม่ได้

นับตั้งแต่ ซาดิโอ มาเน่ หายจากอาการบาดเจ็บมา เขายังไม่กลับไปเป็น มาเน่ คนเดิมเลยนะครับ เกมนี้เองก็เช่นกัน เป็นแมตช์ที่เขาทำผลงานได้ไม่ดีนัก ความมั่นใจในการยิงประตูยังไม่กลับมา รวมถึงการลากเลื้อยก็ยังไม่ดีพอเช่นกัน แถมในเกมนี้ เขามีโอกาสที่จะสร้างสรรค์เกมให้เพื่อนอยู่บางจังหวะ แต่ก็เลือกยิงเองจนทำให้ทีมไม่ได้ประตู ความเฉียบคมหายไป ในขณะที่แบ็กทั้งสองฝั่ง กลับมาเล่นดีอีกครั้ง รูปเกมของทีมดูดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าตัวจบสกอร์ที่เป็นความหวัง กลับทำไม่สำเร็จ

ไม่ใช่แค่ มาเน่ คนเดียวนะครับ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เองก็เช่นกัน เขามีโอกาสมากมาย แต่ไม่สามารถพังตาข่ายคู่แข่งได้ แต่ในเกมนี้ ดาวเตะชาวอิยิปต์ ยังถือว่าโดดเด่น สร้างความปั่นป่วนในการเล่นปีกขวาของตัวเองได้ แต่ที่สำคัญคือโอกาสของ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้ ไม่ได้มีน้อย แต่กลับกลายเป็นว่าเพิ่มมาได้เพียงประตูเดียวในเวลา 90 นาที พอเข้าไปสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ อะไรๆ มันก็ยากขึ้น หลังจากที่ทีมได้ประตูนำ 2-0 และโดนตีไข่แตกเร็ว หลังจากนั้นผู้เล่น ลิเวอร์พูล หลายๆ คนที่ได้ลงตั้งแต่นาทีแรก ก็เริ่มหมดแรง ขณะที่ แอตฯ มาดริด หลายๆ คนยังมีความฟิตที่ดีอยู่เลย

การไม่ได้ประตูที่ 2 ในช่วง 90 นาที มันส่งผลให้พวกเขาต้องเผชิญกับช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่จะเพลี่ยงพล้ำไปนั่นแหละ โดยเฉพาะจังหวะสำคัญที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน โหม่งไปชนคาน ถ้าหากมันเป็นประตู ก็คงจะเข้ารอบไปแล้ว ทั้งๆ ที่พวกเขาเล่นในเกมนี้ได้ดีมากๆ เกมบุกของพวกเขาในวันนี้ มันก็ไม่ได้หลากหลายเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นการครอสบอลจากด้านข้างทั้งหมด 2 ประตูที่ทำได้ ก็เริ่มจากจุดนั้น มันทำให้เหมือนเป็นบอลหน้าเดียวอยู่เหมือนกัน ถ้ามีความหลากหลายกว่านี้ พวกเขาอาจจะสร้างความปั่นป่วนให้กับ แอตฯ มาดริด ได้มากกว่านี้ก็เป็นได้

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

3.ความยอดเยี่ยมของ แอตเลติโก มาดริด

ทั้งหมดทั้งมวล ความพ่ายแพ้ของ ลิเวอร์พูล ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับ แอตเลติโก มาดริด ด้วยเช่นกัน พวกเขาทำผลงานได้ตามเป้า ในการเล่นตั้งรับ เพื่อรักษาสกอร์ให้ได้ และแม้จะมีโชค กับความผิดพลาดของ อาเดรียน แต่ก็ต้องไม่ลืมเช่นกันว่า มาร์กอส ยอเรนเต้ นั้นทำประตูได้ดี โดยเฉพาะในลูกที่สองที่ยิงได้แม่นยำ ลูกแรกอาจจะติง อาเดรียน เพิ่มเติม หลังจากที่ล้มตัวเซฟแบบไม่พุ่งเท่าไหร่ ส่วนลูก 3 ของทีม เขาก็เป็นคนจ่ายให้กับ อัลบาโร่ โมราต้า ยิงปิดกล่องอีกด้วย

ขณะที่เกมรับ จริงอยู่ว่าพวกเขาเสีย 2 ประตู แต่มันก็เพียงพอ ที่จะทำให้พวกเขาเข้ารอบ ดูง่ายๆ เกมรับที่ไม่ดีของ บาร์เซโลน่า ทำให้พวกเขาโดนถลุงไป 4 ลูกมาแล้ว ที่สนามแห่งนี้ ทีมอื่นๆ ก็เช่นกัน ลงคิดดูว่าด้วยสถานการณ์แบบเดียวกัน จะสามารถยัน ลิเวอร์พูล ใน 90 นาทีเอาไว้ได้แค่ 0-1 หรือไม่ มีนักเตะหลายคนมากที่ทำผลงานได้อย่างสุดยอด ไม่ว่าจะเป็น สเตฟาน ซาวิช และ เฟลิเป้ คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ รวมถึงผู้ทำประตูอย่าง มาร์กอส ยอเรนเต้ แบ็กขวาแบ็กซ้ายในเกมนี้ อาจจะไม่ได้ยอดเยี่ยมเหมือนเลกแรก โดยเฉพาะ เรนัน โลดี้ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นทำให้ทีมเสียหาย หรือเป็นบ่อในเกมนี้

อีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าชื่นชมสุดๆ คือ โธมัส ปาร์เตย์ ผลงานสุดยอดมากๆ เป็นตัวกวาดก่อนที่จะไปถึงกองหลังได้อย่างยอดเยี่ยม และไม่สามารถทำให้ ลิเวอร์พูล เจาะตรงกลางได้เลย ต้องอาศัยการครอสบอลจากด้านข้างแค่อย่างเดียว ส่วนสุดท้ายคือ ซิเมโอเน่ เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าเจ้าตัวคือกุนซือระดับท็อปของโลกอย่างชัดเจน การเข้าชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ปี และคว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปาลีก 2 สมัย เป็นเครื่องการันตีว่าเขาไม่ได้ไก่กา ในจังหวะที่ถูก ฟีร์มิโน่ ยิงเข้าไปให้ทีมต้องเจอกับสถานการณ์ตามหลัง เจ้าตัวให้สัญญาณกับนักเตะในทีมว่าใจเย็นๆ ลองคิดดูว่าหากเป็นกุนซือคนอื่นๆ อาจจะสติแตกไปแล้วก็ได้

เอาง่ายๆ หลังจากที่ อาร์เบ ไลป์ซิก ทำประตูที่สองใส่ ท็อตแน่ม ฮ็ฮทสเปอร์ ถ้าใครได้ดูเกมนั้น เราจะเห็นปฏิกิริยาของ โชเซ่ มูรินโญ่ ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร เขาอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะค่อยๆ สั่งการต่อไป นั่นคือภาพรวมที่ทำให้เห็นว่า แอตเลติโก มาดริด นั้นสุดยอดขนาดไหน พวกเขาคือทีมระดับโลกอย่างแท้จริง ไม่ง่ายหรอกครับ ที่จะมีทีมใดสามารถผ่านพวกเขาเข้ารอบไปได้ และก็ต้องไม่ลืมเช่นกันว่า ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั้นเป็นอะไรที่ยากเสมอ ไม่ว่าคุณจะเจอคู่แข่งเป็นทีมอะไร

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ ข่าวฟุตบอล เพิ่มเติมได้ที่เว็บ เว็บพนัน Nova88 

 7,159 total views

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest